ส่วนตัวเครื่องเป็นสแตนเลสอย่างหนา มีความยาวประมาณ 1.20 เมตร สูง 1 เมตร ราคาตกอยู่ที่เครื่องละ 500,000 บาท โดยสภาพตั้งแต่ศีรษะ จนถึงลำตัว ยังอยู่ในส่วนบนของเครื่องโม่น้ำแข็ง ขณะที่น่องข้างขวาจนถึงปลายเท้านั้น ลงไปอยู่ที่ส่วนล่างของเครื่องโม่ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำหรับปั่นน้ำแข็งให้ละเอียด ส่วนขาซ้ายอยู่ในลักษณะพับขึ้นมา ซึ่งนายพิวได้ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครพยายามที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถนำร่างคนเจ็บออกมาได้ จึงได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กรุงเทพมหานคร ให้นำเครื่องตัดถ่างขนาดใหญ่เข้าช่วย ขณะที่ทางทีมแพทย์ โดยการนำของนายแพทย์สุธี คงเกียรติไพบูลย์ แพทย์จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้ให้น้ำเกลือนับสิบขวด และตรวจชีพจรของผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็พบว่าการเต้นเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ เนื่องจากเสียเลือดอย่างมาก
โดยทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการช่วยเหลือแรงงานเมียนมารายนี้ สุดท้ายยังต้องขอความช่วยเหลือจากบริษัทซีวิคฟู้ดส์ อินดัสทรีส์ จำกัด นำรถโฟล์คลิฟท์ 2 คัน มายกประคองนำเครื่องโม่น้ำแข็งลงมาด้านล่างแล้วจึงทำการตัดถ่างออก ซึ่งระยะเวลาในการช่วยเหลือ เป็นไปอย่างยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง จึงจะสามารถนำร่างนายพิวออกมาได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตไว้ได้ เนื่องจากนายพิว เสียเลือดมาก จนทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยเมื่อนำร่างออกมาได้ ก็พบว่าที่ขาข้างขวาตั้งแต่หัวเข่าลงไปนั้นถูกเครื่องโม่น้ำแข็งบดจนแตกเป็นแผลฉกรรจ์เกือบขาดออกจากกัน
จากการสอบถามคนงานด้วยกัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพิว เพิ่งจะมาทำงานได้เพียงแค่ 15 วันเท่านั้น ได้ทำงานอยู่ตรงหน้าเครื่องโม่น้ำแข็งเพียงคนเดียว ส่วนคนงานคนอื่นๆ ก็ทำอยู่ใกล้ๆ กัน พอสักพักก็ได้ยินเสียงนายพิวร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อวิ่งไปดูก็เห็นร่างของนายพิวตกลงไปติดอยู่ในเครื่องโม่น้ำแข็งแล้ว จึงรีบหยุดเครื่อง และแจ้งให้เจ้าของโรงงานทราบ ส่วนสาเหตุก็คาดว่า นายพิวน่าจะเผลอใช้เท้าดันน้ำแข็งลงไปแล้วตัวเองเกิดลื่น จึงทำให้ตกลงไป ก็เป็นไปได้
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจพิสูจน์อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป
