อุทาหรณ์ ​ ! งานบั้งไฟ ตกใส่คนดู-ดับ2ศพ สลด กันทรารมย์


เป็นอีกประเพณีสำคัญที่สืบทอดปฏิบัติต่อกันมาช้านาน สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟในพื้นที่ภาคอีสาน


 แต่บางครั้งหากยืนอยู่บนความประมาท ประเพณีอันดีงามอาจสร้างความเสียหายและความสูญเสียตามมาได้


 เช่นเดียวกับเหตุระทึกขวัญที่เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะชาวบ้านโพธิ์ลังกา ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ต่างกำลังสนุกสนานอยู่กับประเพณีบุญบั้งไฟ โดยมีประชาชนสนใจเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก


 ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้น



 ในขณะเจ้าหน้าที่เตรียมจุดบั้งไฟแสนลูกสุดท้ายของวัน ซึ่งสร้างแบบโบราณด้วยไม้ไผ่ และทุกคนต่างกำลังจับจ้องกับบั้งไฟลูกนี้


 จังหวะนั้นอยู่ดีๆ บั้งไฟแสนที่ถูกจุดแล้วพุ่งขึ้นไปบนฟ้าเกิดม้วนตกลงมาแล้วพุ่งเข้าใส่กลุ่ม ชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณโดยรอบงาน ตามด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นและเสียงของชาวบ้านกรีดร้องแทรกเข้ามา


 เมื่อทุกอย่างสงบลงพบมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการถูกบั้งไฟตกใส่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล


 ถัดจากนั้นไม่นาน พ.ต.อ.ศิวัฒน์ ไมตรีแพน ผกก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อม นายนพ พงศ์ผลาดิศัย นายอำเภอกันทรารมย์ และ นายสุริยา บุตรจินดา ป้องกันจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ


 พบศพนายสุคิด พงษ์อ่อน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/1 ม.6 บ้านโพธิ์ลังกา ต.ยาง สภาพศพถูกบั้งไฟตกใส่แขนข้างซ้ายขาด ตาข้างขวาหลุดหายจากเบ้า


 และศพนายสุนทร พันธุ์วิไล อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.7 บ้านหนองทามน้อย ต.คำเนียม อ.กันทรารมย์ ถูกหางบั้งไฟตกใส่ศีรษะกะโหลกแตก


 ส่วนคนเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ ทราบชื่อ นายบัณฑิต จันทปัญญา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/2 ม.8 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ถูกบั้งไฟตกใส่แขนข้างซ้ายขาด ถูกนำส่งรักษาที่ร.พ. กันทรารมย์ แต่อาการสาหัสจึง ส่งไปรักษาต่อร.พ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

 และนายทองสวย สิมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.9 ต.คำเนียม อ.กันทรารมย์ บาดเจ็บตามลำตัวเล็กน้อย หลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้


 จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บทั้งหมดรวมกลุ่มกับชาวบ้านคนอื่นนั่งดูการ จุดบั้งไฟแสนที่ถูกจุดเป็นลูกสุดท้าย แต่เมื่อถูกจุดพุ่งขึ้นฟ้าไปแล้ว บั้งไฟกลับหมุนตีลังกาและพุ่งตกลงมาใส่กลุ่มชาวบ้านอย่างรวดเร็ว กระทั่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว


 ด้านนายนพกล่าวว่า สำหรับการจัดประเพณีบุญบั้งไฟครั้งนี้ กรรมการหมู่บ้านโพธิ์ลังกาได้รับอนุญาตให้จัดงานขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 17-18 พ.ค. แต่เมื่อเกิดมีผู้เสียชีวิต จึงสั่งให้งดการจุดบั้งไฟในวันที่เหลืออีก 1 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดขึ้นมาอีก


 "ผวจ.ศรีสะเกษสั่งให้ผมกำชับกรรมการจัดงานบุญบั้งไฟโบราณนี้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและ เสียชีวิตอย่างเต็มที่ และขอฝากเตือนประชาชนชาว อ.กันทรารมย์ ที่ไปชมและจุดบั้งไฟว่าบั้งไฟก็เหมือนกับระเบิด ซึ่งเมื่อขึ้นบนท้องฟ้าแล้ว ไม่สามารถจะบังคับทิศทางได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนระมัดระวังและรักษาตัวเองจากอันตรายที่อาจจะเกิดจากบั้ง ไฟ" นายอำเภอกันทรารมย์กล่าว


 ขณะที่ พ.ต.ท.เทอดชัย เครืออาจ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากับคณะกรรมการจัดประเพณีบุญบั้งไฟครั้งนี้รวมทั้ง สิ้น 21 รายด้วยกัน โดยแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ บาดเจ็บสาหัส


 ซึ่งได้สอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นคณะกรรมการจัดงานไปแล้วบางส่วน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่ออัยการจังหวัดศรีสะเกษต่อไป


 ส่วนคดีนี้มีอัตราโทษหนักสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท


 ต่อมาพ.ต.อ.ศิวัฒน์ และนายนพ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมน.ส.อัมพวัน สุวรรณสุข อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/3 ม.8 ต.โนนสังข์ อ.กันทรารมย์ เนื่องจากผลิตบั้งไฟโดยไม่ได้รับอนุญาต


 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดบั้งไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 3.3 เมตร จำนวน 1 บั้งไว้เป็นของกลาง


 งานบุญบั้งไฟถือเป็นอีกประเพณีอันดีงาม แต่ทุกอย่างไม่ควรตั้งอยู่บนความประมาท


ที่มา  :   http://www.khaosod.co.th/index.php