อดีตครูหนุ่มชาวนอร์เวย์ ป่วยเป็นโรคไมเกรน ถึงขนาดต้องลาออกแล้วมาพักผ่อนที่เมืองไทย มีภรรยาชาวไทย อยู่กินกันได้เพียงปีเศษ ทนเจ็บปวดกับโรคร้ายไม่ไหว ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับตู้เย็นในห้องพักที่เพิ่งเช่าอยู่ใกล้บ้านภรรยาคนไทย ด้านภรรยา เผยสามีชาวนอร์เวย์ ป่วยเป็นโรคไมเกรนมาได้ 8 ปี แล้ว หลังจากที่มาเมืองไทยอยู่กินด้วยกัน ก็เคยเห็นเวลาปวดหัวมากๆ มักจะเอาผ้ามาพันรัดคอตัวเองเพื่อให้หายปวด แต่ครั้งนี้คาดว่ารัดคอแล้วเอาเชือกออกไม่ทัน หรือไม่ก็จงใจจะฆ่าตัวตายหนีความเจ็บปวด
เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 20 พ.ค.58 พ.ต.ท.วิทูรย์ ศรีชาย นายร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุชาวต่างชาติผูกคอเสียชีวิตในห้องพักภายในอาคารแห่งหนึ่ง ถ.หลังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ต.หมากแข้ง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ,พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ต.อำนาจ ทาก้อม สวป.ฯ ,พ.ต.ต.ศัลย์ พินิจวัฒนา สว.สส.ฯ ,ร.ต.ท.เวนิช ประเสริฐ รอง สว.ฯ , ร.ต.ท.บรรจง พาโคตร แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดไปร่วมสอบสวนชันสูตรพลิกศพ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักอยู่บริเวณชั้น 3 ใกล้บันได ที่กลางห้องพบศพชาวต่างชาติใช้เชือกสีดำและเสื้อสีขาวพันรอบคอตัวเองติดกับประตูตู้เย็นในลักษณะนั่งเหยียดขา สภาพศพสวมกางเกงชั้นในตัวเดียว คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยมีภรรยาชาวไทยนั่งร่ำไห้อยู่ข้างๆ
สอบสวนนางทิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ให้การว่า ตนเป็นภรรยาของผู้ตาย ชื่อนายโมลิด เกียร์ รูน อายุ 42 ปี (Molid Gear Rune) ชาวเมือง Trondheim ประเทศนอร์เวย์ เมื่อประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตนได้แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายหลังจากที่ผู้ตายที่เคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ แต่ระยะหลังป่วยเป็นโรคไมเกรน ปวดหัวรุนแรง แต่รักษาไม่พบว่ามีเนื้องอกหรือเป็นมะเร็งในสมอง เป็นอย่างนี้มา 8 ปี แล้ว จนต้องลาออกมาพักรักษาตัวที่เมืองไทย แรกๆก็พักกันอยู่ที่บ้าน ตนก็รับจ้างซักรีดไปด้วยและต้องดูแลสามีที่มีอาการป่วยปวดหัว จนต้องออกมาเช่าห้องพักอยู่อพาร์ทเมนต์ใกล้บ้านในราคาเดือนละ 1.2 หมื่นบาท พักได้เพียง 2 เดือน สามีก็มาผูกคอฆ่าตัวตาย
นางทิชา ให้การต่ออีกว่า เคยเห็นสามีใช้ผ้ารัดคอตัวเองเมื่อเวลาปวดหัวรุนแรงแล้วก็แก้ออก เมื่ออาการปวดทุเลาลง เคยเห็นบ่อยครั้ง คิดว่าครั้งนี้เมื่อตนออกไปทำงานอยู่ในห้องคนเดียว คงเอาผ้ามารัดคอเพื่อแก้ปวดแล้วมีมีดปอกผลไม้ตกอยู่ข้างๆตัว คาดว่าจะเอามาตัดเชือกแต่ไม่ทัน หรือไม่อาจจะจงจงใจฆ่าตัวตายเพราะ ทุกครั้งที่ทำจะทำอยู่บนเตียงนอน แต่ครั้งนี้มีการนำเอาเชือกผ้าสีดำมาผูกด้วยและมัดติดกับประตูตู้เย็น ซึ่งเป็นไปได้ว่าจงใจจะผูกคอฆ่าตัวตายหนีความเจ็บปวด จากนั้นจึงได้นำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกันต่อไป
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/
