เมื่อวันที่ 20 พ.ค. น.ส.ดุจดาว ประเทือง นักสังคมสงเคราะห์ จากบ้านพักเด็ก จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงน้อย (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังมีพลเมืองดีแจ้งว่า เด็กถูกน้าสะใภ้ทุบตีอย่างทารุณ มาเป็นเวลานาน โดยขณะที่เข้าไปตรวจสอบทราบว่า น้าสะใภ้ คนที่ลงมือได้หนีไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว
นางบัว กามะ อายุ 59 ปี อยู่ หมู่ 4 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อนบ้านรายหนึ่ง เล่าว่า น้องไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันแล้ว ต่างคนต่างก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด น้องต้องอาศัยอยู่กับน้าชายกับน้าสะใภ้ มาตั้งแต่ปี 2556 แต่ต่อมา น้าชายแท้ๆ ต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด ทำให้น้องต้องอาศัยกับน้าสะใภ้เพียงลำพัง
ซึ่งนางบัวเล่าว่า ตนเองเห็นน้องถูกน้าสะใภ้ทุบตีอยู่เป็นประจำเกือบทุกวัน จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา น้องถูกตีจนหัวแตก น้าสะใภ้รายนี้ก็ไม่ได้พาไปหาหมอ ซึ่งน้องเล่าให้ฟังว่า ขณะที่หัวแตกเลือดไหล ก็จะถูกน้าสะใภ้ดุ และข่มขู่ว่า ห้ามร้องเสียงดัง ห้ามตะโกนให้ใครช่วย จนถึงเช้าเพื่อนบ้านมาเห็น จึงได้พาน้องไปหาหมอ และเห็นว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย เบื้องต้นทางเพื่อนบ้านได้พาน้องไปแจ้งความร้องทุกข์ ว่าถูกน้าสะใภ้ทำร้ายร่างกาย ไว้ที่ สภ.นครไทย จ.พิษณุโลกแล้ว
จากการสอบถามเด็กถึงสาเหตุที่ถูกตี ด.ญ.น้อย เล่าว่า เป็นเพราะตนเองอ่านหนังสือไม่ออก และจากการสังเกตพบว่า น้องมีอาการเซื่องซึม ไม่ร่าเริง เหมือนเด็กในวัยเดียวกันทั่วไป อีกทั้งยังมีท่าทีหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าไปอยู่ในบ้านที่ตนเองถูกตีอีกด้วย
ทั้งนี้ นางสาวดุจดาว นักสังคมสงเคราะห์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความช่วยเหลือน้องว่า ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนทางด้านน้าสะใภ้ที่เป็นคนลงมือ ตีน้องจนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/
